น้ำมาจากไหนและจะไปไหน

 น้ำมาจากการรวมตัวของสะสาร2ชนิด ได้แก่ ออกซเจน1 อะตอม กับไฮโดรเจน 2อะตอม ที่มีสัญลักษ์ทางเคมีเป็น H2O สะสารทั้ง2ชนิดมันมีอยู่ทัวไปในชั้นบรรยากาศซึ่งไหลเวียนไปรอบดาวโลก จากที่มองด้วยตาปล่าวไม่เห็น  เมื่อเจอสภาวะทีเหมาะสมแล้ว พวกมันก็จะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นไอ ที่มองเห็นเป็นละอองเมฆ แต่รูปแบบนี้ก็ยังไม่แน่ไม่นอน บางทีเมื่ออุณภูมสูงขึ้นกลุ่มไอเมฆที่เห็น ก็อาจจะอันตระธานหายไป แต่ถ้าอุณภูมิต่ำลงมากกว่า มันก้จะเกิดการควบแน่นในที่สุด จนกลายเป็นหยดน้ำ รูปแบบเช่นนี้มีสถาะนะเป็นของเหลว ที่เรียกว่า น้ำฝน แต่บางที่บางเวลา ที่มีสภาพอากาศเย็นมากๆถึงอุณหภูมิลบ น้ำก็จะจับกันจนแข็งตัว กลายเป็นลูกเห็บ หรือก้อนน้ำแข็ง อยู่ในสถานะที่3 คือของแข็ง 

จะเห็นได้ว่า มันคือสะสารที่มีความมหัศจรรย์จริง สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ถึง3สถานะ คือ ไอ ของเหลว และของแข็ง

แต่ทราบไหมว่า น้ำที่เราใช้อยู่ก็คือน้ำเดิมๆที่วนเวียนอยู่ในโลกของเราหลายล้านปีมาแล้ว อาจจะเคยผ่านดื่มกิน จากคนหรือสัตว์อื่นๆมาแล้ว แต่ก็ขับถ่ายออก และระเหยไปเป็นไอ แล้ววนตกลงมาเป็นฝนอีกรอบ แต่เหตุที่น้ำ ไม่สามารถนำมาใช้ได้เพราะ น้ำทีอยู่ผิวดินหรือใต้ดิน จะมีสิ่งเจือปนในน้ำ มาก-น้อยแล้วแต่พื้นที่ การจะนำมาทำประโยชน์ จึงจำเป็นต้องแยกสิ่งเจือปนเหล่านั้นแยกออกมาให้เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อให้เหลือแต่ มวลของน้ำจริงๆ ก็คือ H2O 

แต่ในการแยกออกก็ทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะสิ่งเจือปนบางจำพวก จะอยู่ในรูปสารละลาย ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าๆหรือแม้แต่เชื้อโรคอันตรายก็ยังมีในบางสถานที ดังนั้นน้ำคือสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องการ จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำใช้ขึ้นมาเป็นตัวเลขที่ยอมรับได้และเป็นอันตรายน้อยลง ก็เนื่องจากถ้าจะแยกเอาสิ่งเจือปนออกทั้งหมด พวกเราจะได้ใช้น้ำที่ มีต้นทุนสูงมากทันที สำหรับ 

การแบ่งคุณภาพน้ำ 

สำหรับคน ก็มีแค่2ประเภทเท่านั้นคือ น้ำดื่ม กับน้ำใช้ 

  1. น้ำดื่ม ก็ต้องสะอาด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส หรืออาจจะยอมให้มีแร่ธาตุบางจำพวกที่ยังเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรา เช่น Ca แต่ก็จะมีในปริมาณที่จำกัด ถ้ามากเกินก็มีโอกาสอุดตันหรือเรียกว่า นิ่ว ในร่างกาย ส่วนแร่ธาตุอื่นก็ไม่ควรมี เพราะสามารถหาได้จากอาหารอยู่แล้ว
  2. น้ำใช้ ใช้ในการอาบ ซักล้าง ทำความสะอาด ในกิจวัตประจำวัน คุณภาพอาจด้อยกว่า น้ำดื่มซึ่งยอมให้แร่ธาตุจำพวก Ca มีปริมาณสูงกว่าได้บ้าง เพราะตรงนี้ มีความต้องการใช้ในแต่ละวันนั้น มากกว่าการดื่ม ซึ่งก็จะทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงตาม แต่ถึงอย่างไร น้ำทั้งสองประเภท ก็ไม่ควรจะมีเชื้อโรคแฝงตัวในน้ำ ควรกำจัดออกแต่ต้นทางก่อนนำมาใช้  ในส่วนของน้ำใช้ เนื่องจากมีปริมาณของ Ca เจือปนมาพอสมควร จะมากน้อยสักปานได แต่การใช้ ก็มักจะมีหลายประเภท ถ้านำไปทำความนะอาด ก้จะเห็นเป็นฝ้าขาวๆเป็นเม็ด บ่อยๆครั้งหรือนานๆเข้าจะเป็นฟิล์มเคลือบผิว ภาชนะให้เห็นชัดเจน ส่วนถ้านำไปต้มเป็นประจำ ก็จะพบชั้นของแข็งที่หม้อต้ม เช่นหม้อนึ่งข้าว และกาต้มน้ำร้อน

คุณภาพน้ำสำหรับอุตรสาหกรรม

หลังจากที่มีการเพิ่มของประชากรในโลก จึงเกิดมีความต้องการผลิตภัณฑ์สูงขึ้น จึงได้เกิดอุตสาหกรรม ชนิดต่างๆขึ้นมา แต่ละที่ก็จะมีความต้องการที่จะใช้น้ำสะอาดเป็นจำนวนหลายหมื่น-แสน ลบม.ในแต่ละวัน คุณภาพน้ำที่ต้องการ อาจจะเท่า ข้อ1 และ2 หรืออาจจะดีกว่า หรือแย่กว่าก็ได้ ทั้งนี้สุดแท้แต่ต้นทุนที่จะลงไปในแต่ละ ลบม. เพื่อตอบสนองคุณภาพการใช้น้ำ ลำพังจะนำน้ำจากส่วนกลางมาใช้ ก็คงจะสู้ราคาไม่ไหว  อีกอย่างคุณภาพยังไม่เพียงพอสำหรับเครื่องจักรในกระบวนการผลิต เพื่อให้มีโอกาสในการแข่งขัน โรงงาน จึงต้องหาแหล่งน้ำดิบด้วยตัวเอง และสร้างโรงงานผลิตน้ำ ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อและกรองเอาสารละลายออก  สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมด้วยตัวเอง.

ต้นทุนการผลิตน้ำ จะราคาถูกหรือ มีราคาแพง ก็จะขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำดิบที่พวกเขาได้มา ลำพังการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ คงไม่สูงมากสำหรับเงินลงทุน แต่จะไปมีมูลค่าสูงตรงที่ Ca เพราะมันคือตัวต้นเหตุที่ก่อให้เกิดผลึกแข็งในเครื่องจักทั้งระบบ สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของ อุณหภูมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น....



สิ่งสำคัญ น้ำจืดที่มีคุณภาพดี สำหรับใช้ได้จะเหลือในโลกนี้อีกเท่าไหร่ เพราะว่าแหล่งเก็บน้ำที่ดีๆก็ลดน้อยลงเนื่องจากการบุกรุกเพื่อสร้างที่พักอาศัย และน้ำจืดก็ถูกแบ่งไปใช้ในอุตรสาหกรรมเป็นจำนวนมาก และยังมีน้ำส่วนเกินที่ปล่อยออกมา ที่เรียกว่า "น้ำเสีย"เหล่านี้ มีโอกาสไปประปนกับน้ำจืดจากธรรมชาติ ซึงมีปริมาณน้อยอยู่แล้วในแต่ละปี ถ้าปีไหนมีปริมาณฝนที่ตกลงมามากพอ ก็จะลดปัญหาการขาดแคลนน้ำจืดได้ แต่บางปีก็ต้องจัดสรรให้ลงตัว
สรุปว่า น้ำถึงจะได้กันมาฟรีๆ แต่ต่อจากนี้ ถ้าการใช้น้ำแบบไม่เห็นคุ้มค่า น้ำอาจจะมีราคาสูงกว่าสิ่งของบางอย่าง.





ความคิดเห็น